บทความน่ารู้เกี่ยวกับระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์ก

อิมแพคเมืองทองธานี
47/401 อาคารนาริตะ ชั้น 7 ห้อง N007031

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจความหมายของ VLAN ก่อน VLAN ย่อมาจาก VIRTUAL LAN เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการจำลองสร้างเครือข่าย LAN แต่ไม่ขึ้นอยู่กับการต่อทางกายภาพเช่น สวิตช์หนึ่งตัว (SWITCH) สามารถใช้จำลองเครือข่าย LAN ได้ห้าเครือข่าย หรือสามารถใช้สวิตช์สามตัวจำลองเครือข่าย LAN เพียงหนึ่งเครือข่าย

การสร้าง LAN ในเครือข่ายสวิตชิ่งหรือเอทีเอ็ม เพื่อทำให้กลุ่มของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สามารถเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มแบบ Logical โดยมีสถานภาพการทำงานเหมือน LAN คือ ในกลุ่ม VLAN เดียวกันสามารถกระจายข่าวสารระหว่างกัน สถานะการทำงานโดยรวมจะทำให้เหมือนหรือคล้ายสถานะ LAN ที่ใช้ในการเชื่อมโยงแบบเราเตอร์เดิม

แต่เดิมนั้นรูปแบบการให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Internet Wireless) มีรัศมีบริการระยะประมาณ 100 เมตรในที่โล่ง ถูกนำไปปรับใช้เพื่อบริการในองค์กรทุกระดับ เพราะค่าใช้จ่ายของเครือข่ายแต่ละวงประมาณ 3,000 บาท ซึ่งลดลงกว่าแต่ก่อนมาก ติดตั้งได้ง่าย อาจใช้เพียงวงเดียวสำหรับองค์กรขนาดเล็ก บ้านพักอาศัยอาจเลือกใช้เป็นเครือข่ายหลักในบ้านแทนระบบเครือข่ายแบบใช้สาย (Land Line) ที่เชื่อมต่อกันด้วยสายยูทีพี (UTP) แต่เทคโนโลยีที่มีแนวโน้มมาแทนที่เครือข่ายไร้สายระยะใกล้ คือ ไวแม็กซ์ (WiMAX)
 
ไวแม็กซ์ (WiMAX) คืออะไร
ไวแม็กซ์ (WiMAX) ซึ่งย่อมาจากคำว่า Worldwide Interoperability for Microwave Access) คือ ไวแม็กซ์ เป็นเทคโนโลยีบนบรอดแบนด์แบบไร้สาย ตามมาตรฐาน IEEE 802.16
 
ไวแม็กซ์ เป็นมาตรฐานที่มีการวิวัฒนาการสำหรับการสร้างเครือข่ายไร้สายแบบหนึ่งจุดเชื่อมต่อไปยังอีกหลายจุดและทำงานได้ในรัศมีเป็นไมล์ๆ ในทำนองเดียวกันกับที่จุดฮอตสปอตขนาดใหย่เลยทีเดียว นอกจากการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ได้ในรัศมีเป็นไมล์ๆ แล้ว ไวแม็กซ์ยังมีแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย ณ จุดฮอตสปอต มีช่องสื่อสารภาคพื้นดินไร้สาย และยังสามารถเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงอย่างที่องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องการ บางคนเรียกไวแม็กซ์ว่าเป็นไว-ไฟที่ใส่ยาโด๊ป
 

คอมพิวเตอร์ที่อยู่บนเครือข่ายเดียวกันจะสามารถมองเห็นและใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ แต่ในกรณีที่เราต้องการซ่อนคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนเครือข่ายของเราไม่ให้คนอื่นมองเห็นได้ง่ายๆ เราก็สามารถซ่อนคอมพิวเตอร์นั้นได้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1. ก่อนอื่นต้องตรวจสอบว่า Server service ของคุณรันทํางานอยู่หรือเปล่า ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ โดยไปที่ Start > Run > พิมพ์คำว่า services.msc แล้วคลิกปุ่ม OK หรือกด Enter ที่คีย์บอร์ด จากนั้นรอสักครู่ Service Console Management ก็จะปรากฏขึ้นมา ให้เลื่อน scroll bar หา Service Name ที่ชื่อว่า Server แล้วดูที่ Status ว่าเป็น Started อยูหรือเปล่า

* ถ้าไม่ใช่ให้ทําการ Start โดยคลิกขวาที่ Server service > Start รอสักครู่จนกว่า Status เป็น Started แล้วทําตามขั้นตอนต่อไปที่จะกล่าวถึง

* แต่ถ้า Status เป็น Started แล้วก็สามารถดําเนินการตามขั้นตอนต่อไปได้เลย
 
แม้ว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะยอมรับในประสิทธิภาพการทำงานของระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง Windows 7 โดยเฉพาะเรื่องของความเร็วที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดกว่า Window XP หรือ VISTA อย่างไรก็ดีหากคุณต้องการให้มันทำงานไดเร็วกว่านี้อีกก็ต้องขอบอกว่า มันยังสามารถปรับแต่งการทำงานให้เร็วขึ้นไปได้อีก มาดูกันเลยดีกว่าว่า มันมีตรงไหนบ้าง 
 
ในอดีตการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตนั้น จำเป็นต้องมี Public IP address เป็นการเฉพาะจึงจะสามารถเชื่อมต่อและใช้งานได้ แต่เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตทำให้ IP ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ดังนั้น NAT จึงเป็นทางออกหนึ่งสำหรับการแก้ไขปัญหานี้ โดยการทำ NAT นั้นทำให้สามารถใช้ private IP เชื่อมต่อและใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ และยังเพิ่มความปลอดภัยทางเครือข่าย (network security) อีกด้วย
 
 
Diskless คืออะไร ก่อนอื่นผมอยากแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับระบบนี้กันก่อน เพราะตอนนี้ผมคิดว่าระบบนี้กำลังเป็นที่นิยม (ขอขยายความว่าอย่างแรง) ด้วยครับ เพราะ Diskless เป็นระบบที่ทำให้ Admin หรือผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการเครื่อง Client ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสามารถลดปัญหาในเรื่องของไวรัสและการทำงานซ้ำบ่อยๆ ไปได้เกือบ 90% เลย นอกจากนี้ยังมีข้อดีอื่นๆ อีกมาก ซึ่งผมจะแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกันต่อไป ถ้าอยากรู้ก็ตามมาอ่านกันต่อให้จบได้เลยครับ
 
Diskless System คือระบบที่เครื่อง Client จะไม่มีฮาร์ดดิสก์ แต่อาศัยการบู๊ตเครื่องจากการ์ด LAN และไปดึงเอาไฟล์ Image ที่มีข้อมูลของระบบปฎิบัติการ เช่น Windows หรือ Linux รวมถึงไฟล์ Image ที่เป็นข้อมูลอื่นๆ จากเครื่อง Server มาใช้เป็นฮาร์ดดิสก์แทน