บทความน่ารู้เกี่ยวกับระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์ก

98/29 ถนนโพธิ์แก้ว
นวมินทร์ บึงกุ่ม กทม.

     ในบทความเรื่อง “ก้าวสู่การเป็นผู้ดูแลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อาชีพแห่งอนาคตที่คุณก็เป็นได้” ผมได้เขียนถึงเกี่ยวกับ OSI Model ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับคนที่จะทำงานสายงานด้านนี้ ดังนั้นผมขอปิดท้าย EZ-Mag ฉบับแรกนี้ด้วยบทความที่จะพาผู้อ่านไปเริ่มต้นทำความรู้จักและเข้าใจ OSI Model กันแบบง่ายๆ กันครับ

     ในระบบเครือข่ายการติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ต้นทางและปลายทาง จะต้องอาศัยส่วน ประกอบในหลายๆ ด้านเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทั้ง 2 เครื่องสามารถสื่อสารกันได้เป็นผลสำเร็จ องค์กรมาตรฐานนานาชาติ ISO (International Organization for Standardization) จึงได้กำหนดมาตรฐาน OSI (Open System Interconnection) เพื่อให้ส่วนประกอบที่แตกต่างกันทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จากผู้ผลิตหลายๆ บริษัทสามารถทำงานร่วมกันได้โดยใช้ OSI Model แบบอ้างอิงให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเช่น ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windowsสามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ Mac หรือคอมพิวเตอร์ในระดับ Mainframe ได้รู้เรื่องแม้จะมีการทำงานคนละระบบก็ตาม

     มาตรฐาน OSI Model แบ่งการทำงานออกเป็น 7 เลเยอร์ ในแต่ละเลเยอร์ก็จะมีหน้าที่แตกต่างกัน โดยหากเครื่องต้นทางต้องการส่งข้อมูลไปยังเครื่องปลายทาง ข้อมูลจะเริ่มเดินทางจากเลเยอร์ 7 ลงไปตามลำดับชั้นของเลเยอร์ที่ต่ำกว่าจนถึงเลเยอร์ 1 ซึ่งเป็นชั้นที่ต่ำสุด จำกนั้น ข้อมูลจะถูกแปลงเป็นสัญญาณเพื่อส่งผ่านสายสัญญาณที่เชื่อมต่อระหว่ำงทั้ง 2 เครื่องนี้ ไปยังเลเยอร์ 1ของเครื่องปลายทาง แล้วข้อมูลจะถูกส่งขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงเลเยอร์ 7

     การส่งข้อมูลไปแต่ละเลเยอร์จะส่งต่อไปยังเลเยอร์ที่อยู่ติดกันเท่านั้น โดยทางฝั่งเครื่องที่ส่งข้อมูล จะส่งจากเลเยอร์บนลงสู่เลเยอร์ล่าง ส่วนฝั่งเครื่องที่รับข้อมูล ข้อมูลจะถูกส่งจากเลเยอร์ล่างขึ้นไปยังเลเยอร์บน และเครื่องทั้ง 2 ฝั่งจะใช้โปรโตคอลติดต่อกันเฉพาะที่อยู่ในเลเยอร์ชั้นเดียวกันเท่ำนั้น

     ที่นี้เรามาลองทำความรู้จักกับหน้าที่ของแต่ละเลเยอร์บนมาตรฐาน OSI กันนะครับ

รู้จักมาตรฐาน OSI Model กันครับ

บทความในตอนนี้ ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องที่ Admin หลายคนกำลังให้ความสนใจกันอยู่ ก็คือจะเอาดีด้านไหนดีระหว่าง Windows Server และ Linux Server ความจริงแล้วคำถามนี้ก็เป็นคำถามยอดฮิตมาหลายปีแล้วล่ะครับ ตั้งแต่สมัยที่ผมยังเรียนอยู่ก็เคยถามคำถามนี้กับตัวเองและอาจารย์ผู้สอนเหมือนกัน จนปัจจุบันได้มาทำงานเกี่ยวกับการสอนและการเขียนหนังสือ ก็ไม่วายที่จะได้พบกับคำถามนี้อยู่บ่อยๆ แต่คราวนี้เปลี่ยนจากผู้ถามกลายเป็นผู้ตอบแทน ยิ่งเดี๋ยวนี้แหล่ง
ความรู้ด้าน Linux เกิดขึ้นมากและค้นหาได้ง่ายขึ้น Admin ที่เคยอยู่สาย Windows Server มาก่อนก็เริ่มหันมามอง Linux Server กันหลายคน ประกอบกับ Linux สามารถทำอะไรได้มากมายและอิสระกว่า รวมถึงจุดเด่นที่เป็นของฟรี ผมจึงคิดว่าใครก็ตามที่อยู่ในสายงาน Admin ควรทำความรู้จักเอาไว้ก็ไม่เสียหลายนะครับ อย่างน้อยเราก็สามารถทำ Firewall ดีๆ ได้สักตัวโดยแทบไม่ต้องเสียเงินหลายหมื่นบาทก็เพราะเจ้า Linux นี่ล่ะครับ

เรียนหลักสูตร Windows Server, เรียนหลักสูตร Linux Server

 

     หลังจากที่ผมเปิดคอร์สอบรม Hacking & Security ไปได้ไม่นาน ผลตอบรับกลับมาก็ถือว่าค่อนข้างดีครับ แต่ที่ดียิ่งกว่าก็คือ คำถามที่เข้ามาหลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะหนีไม่พ้นว่า จะเรียนคอร์สนี้ต้องมีพื้นฐานอะไรมาบ้าง? เรียนไม่กี่วันจะเรียนทันหรือ? แล้วเรียนจบไปแล้วใช้ทำงานด้านไหนบ้าง? สรุปแล้วผมจะพบกับคำถามเหล่านี้บ่อยมาก วันนี้ไม่มีคอร์สสอนผมก็เลยว่างมานั่งเขียนบทความชิ้นนี้ เพื่อตอบข้อสงสัยสำหรับผู้สนใจสายงานด้านนี้และผู้ที่ยังลังเลว่าจะเข้าอบรมดีหรือไม่ บทความนี้คงช่วยคลายปัญหาและข้อสงสัยต่างๆ ลงไปได้บ้างนะครับ

เรียนหลักสูตร Hacking ไม่ยากอย่างที่คิด

เรียนยากหรือเปล่า ต้องมีพื้นฐานอะไรก่อนหรือไม่ 

     คำถามนี้ถือเป็นคำถามยอดฮิตติดอันดับหนึ่งมาตลอดเลยครับ จะเรียนด้าน Hacking & Security ต้องมีพื้นฐานอะไรมาบ้าง กลัวเรียนแล้วไม่รู้เรื่อง ผมก็ขอบอกตรงนี้เลยนะครับว่า การเรียนรู้ด้านนี้มันไม่ได้ยากอย่างที่ใครๆ คิดเพียงแต่พื้นฐานที่เราต้องมีมาก่อนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เช่น พื้นฐานด้าน Network ที่ต้องมีคือสิ่งเหล่านี้ครับ

  • รู้เรื่องพื้นฐานการทำงานของระบบเครือข่าย เช่น เครือข่าย LAN หรือ WAN คืออะไร, LAN ทำงานอย่างไร, มีส่วนประกอบอะไรบ้างในเครือข่าย, อุปกรณ์แต่ละตัวที่ทำงานบนเครือข่ายมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง, การทำงานของเครือข่ายแบบ Workgroup และแบบ Client/Server

  • รู้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมายเลข IP Address เช่น หมายเลข IP แบ่งเป็นกี่ส่วน, หมายเลขเครือข่ายหรือหมายเลขเครื่องของแต่ละคลาสเป็นอย่างไร, IP LAN กับ IP WAN แตกต่างกันอย่างไร
  • รู้เรื่องพื้นฐานของระบบความปลอดภัยในเครือข่าย อาจไม่ต้องลึกซึ้งมาก เช่น Firewall คืออะไร ทำหน้าที่ยังไง, NAT หรือ Port Forward คืออะไร
  • รู้จักหน้าที่การทำงานของ Server แต่ละตัว เช่น DNS Server ทำหน้าที่อะไร, Proxy Server คืออะไร, Domain Controller คืออะไร หรือ Mail Server และ Web Server ทำหน้าที่อะไร
  • ศึกษาการทำงานของ Windows Server และ Linux Server มาบ้าง ไม่ต้องมากเกินไปก็
    สามารถเรียนรู้เรื่องได้

     ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังถดถอยเช่นนี้ ทำให้หลายคนที่โชคร้ายต้องประสบกับภาวะตกงานหรือเรียกให้ดูดีหน่อยก็ ถูกเชิญให้ออก แต่ยังมีอีกหลายคนและหลายอาชีพที่แม้จะถูกกระทบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยํ่าแย่ แต่ยังก็สามารถประคองตัวให้รอดปลอดภัยต่อไปได้ สังเกตดูนะครับว่า คนเหล่านี้เขาทำอาชีพอะไรกัน ผมบอกให้ก็ได้ครับว่าส่วนใหญ่แล้วมักเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะ

     ปัจจุบันคนไอทีก็มีอยู่ไม่น้อยครับที่ต้องตกงาน แต่ผมก็เชื่อว่าเป็นส่วนน้อยเท่านั้น จากการสำรวจล่าสุดของบริษัท CISCO (บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ Network ที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของโลก) รายงานออกมาว่า ตลาดแรงงานยังต้องการบุคคลากรทางด้านไอทีอีกมาก แต่สาขาที่ยังขาดแคลนมากที่สุดก็คือ ทางด้านผู้ดูแลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์นั่นเอง เช่น System Admin หรือ Network Admin เป็นต้น

อาชีพ Admin รับรองไม่ตกงาน

เป็น Admin ไม่ยากอย่างที่คิด

     ทำไมตำแหน่งงานไอทีด้านนี้จึงขาดแคลน จากการวิเคราะห์ของผมคิดว่า ปัจจุบันสถานศึกษาต่างๆ ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและอาชีวะ ยังไม่สามารถพัฒนานักศึกษาให้สามารถก้าวสู่งานทางด้านนี้ได้โดยตรง จะสังเกตว่าไม่มีคณะหรือสาขาที่เรียนให้มาเป็นผู้ดูแลระบบโดยตรง (เขียนมาถึงตรงนี้ เพื่อความกระชับผมขอเรียกผู้ดูแลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ว่า “Admin” นะครับ) ส่วนใหญ่มักเป็นเพียงวิชาหนึ่งที่สอดแทรกเข้าไปในคณะสารสนเทศหรือสาขาไอทีต่างๆ เท่านั้น

     สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งสนใจหรือก้าวเข้าสู่อาชีพ Admin ใหม่ๆ หลายคนอาจสงสัยกับคำว่า “System Admin” และ “Network Admin” มีความหมายต่างกันอย่างไร

หน้าที่ของ System Admin 

     System Admin มีหน้าที่ดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่าย ทั้งทางด้าน Hardwareและ Software เช่น การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows Server 2003/2008 หรือ Windows XP/Vista โดยจะต้องการกำหนดค่าต่างๆ ทั้งในส่วนของเครื่อง Server และ Client ให้สามารถใช้งานในระบบเครือข่ายได้ เช่น การติดตั้ง Active Directory, โปรโมท Domain Controller, การกำหนด IP Address, กำหนดสิทธิ์ในการใช้งาน Policy หรือติดตั้ง Server ต่างๆ เช่น File Server, Mail Server, Print Server เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการอัพเดท Service Pack, โปรแกรมสแกนไวรัส หรือทำการแบ็คอัพข้อมูลของเครื่องServer/Client เก็บไว้

ep3 01

คลิกดาวน์โหลดบทความทั้งหมดไปอ่านฟรี

           การก้าวเข้าสู่อาชีพผู้ดูแลระบบ (Admin) อาจดูเป็นเรื่องที่ยากสำหรับบางคน เพราะต้องใช้ทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์อยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่าย รวมถึงการเซ็ตระบบรักษาความปลอดภัยด้วย แต่ผมคิดว่าคงไม่ยากเกินไปสำหรับผู้มีใจรักที่จะทำงานด้านนี้ โดยเฉพาะการหมั่นศึกษาหาความรู้ ทั้งจากหนังสือและเว็บไซต์ต่างๆ

          นอกจากการมีใจรักและความพยายามแล้ว สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือการหมั่นฝึกฝนและพัฒนาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะเทคโนโลยีและความรู้ด้านนี้เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะด้านการรักษาความปลอดภัย (Security) เพราะไวรัสและรูปแบบการโจมตีใหม่ๆ ของ Hacker เกิดขึ้นทุกวัน ถ้าเราพลาดการติดตามข่าวสารเหล่านี้เพียงแค่ 1 เดือน ก็ถือว่าความรู้ที่เคยมีมาเกือบจะใช้ไม่ได้แล้ว จะเห็นว่า Admin ต้องทำงานหนักพอสมควร เพราะต้องมีเวลาในการทบทวนและติดตามข่าวสารเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา

          สำหรับหน้าที่ของ Admin ในบ้านเรานั้น ค่อนข้างจะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ อยู่พอสมควร อาจเป็นเพราะในบ้านเรานั้น ความรู้เหล่านี้ยังไม่เปิดกว้างหรือแพร่หลายมากนัก แม้จะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนก็ตาม ในสายตาของผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือต่อไปผมขอเรียกว่า "User" ซึ่งหมายถึงผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่มีทักษะในการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์มากนัก มักจะมอง Admin ว่าเป็นผู้รอบรู้ไปเสียหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งหัวหน้างานหรือผู้จัดการขององค์กรนั้นๆ ส่วนใหญ่ก็เข้าใจกันเช่นนี้ ดังนั้น Admin ในบ้านเราจึงต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่การซ่อมคอมพิวเตอร์, ลงโปรแกรม, ฆ่าไวรัส, หรือแม้กระทั่งการทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งความจริงแล้วหน้าที่เหล่านี้น่าจะเป็นของพนักงานไอทีด้านซัพพอร์ตมากกว่าที่จะเป็นหน้าที่ของ Admin

ดาวน์โหลดบทความ