บทความน่ารู้เกี่ยวกับระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์ก

98/29 ถนนโพธิ์แก้ว
นวมินทร์ บึงกุ่ม กทม.

          ยุคแห่งเทคโนโลยี 4G ทำให้ปัจจุบันระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตถือว่ามีความสำคัญและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราทุกคน เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนมาด้วยแอปนาฬิกาปลุกจากสมาร์ตโฟน, หยิบแท็บเล็ตมาเช็คข่าวและสังคมรอบตัวใน Facebook, สั่งซื้อเสื้อผ้าสวยๆ จากร้านค้าออนไลน์ที่มีให้เลือกมากมาย, ตรวจสอบความเรียบร้อยภายในบ้านจากที่ทำงานด้วยกล้อง IP Camera หรือเปิดดูรายการบันเทิงผ่านสมาร์ตทีวี สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ต้องพึ่งพาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น อาชีพที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้จึงน่าสนใจไม่น้อย ดังนั้นบทความนี้ผมจะมาแนะนำสายงานอาชีพไอทีด้านหนึ่งที่กำลังโดดเด่น เพื่ออาจเป็นจุดเริ่มต้นหรือแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่สนใจอยากเปลี่ยนสายงาน หรือเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่งครับ

อาชีพแห่งอนาคตที่ยังขาดแคลนและมีค่าตอบแทนสูง
          ไม่น่าแปลกใจที่หลายสำนักข่าวทั้งในและต่างประเทศได้มีการจัดอันดับอาชีพแห่งอนาคตที่ควรให้ความสำคัญหนึ่งในนั้นก็คือ “สายงานด้านการดูแลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต” (ต่อไปในบทความนี้ขอเรียกสั้นๆ ว่างานด้าน Computer Network นะครับ) โดยยังถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของตำแหน่งงานที่ขาดแคลนและมีค่าตอบแทนในระดับสูงอีกด้วย
          ผมขออ้างอิงการจัดอันดับค่าแรงในสายงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องด้านไอทีจาก www.adecco.co.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์จัดหางานชื่อดังที่น่าเชื่อถือ ได้จัดอันดับให้สายงานด้านผู้ดูแลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตในระดับเริ่มต้น ก็คือ Network Administrator หรือ System Administrator อยู่ในระดับที่น่าพอใจไม่แพ้สายงานด้านอื่น แต่หาเราก้าวขึ้นไปถึงระดับ Network Engineer หรือ Network Manager (IT Manager) ก็จะยิ่งได้รับค่าตอบแทนที่สูงมากขึ้นไปอีก

ดาวน์โหลดบทความ

           การก้าวเข้าสู่อาชีพผู้ดูแลระบบ (Admin) อาจดูเป็นเรื่องที่ยากสำหรับบางคน เพราะต้องใช้ทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์อยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่าย รวมถึงการเซ็ตระบบรักษาความปลอดภัยด้วย แต่ผมคิดว่าคงไม่ยากเกินไปสำหรับผู้มีใจรักที่จะทำงานด้านนี้ โดยเฉพาะการหมั่นศึกษาหาความรู้ ทั้งจากหนังสือและเว็บไซต์ต่างๆ

          นอกจากการมีใจรักและความพยายามแล้ว สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือการหมั่นฝึกฝนและพัฒนาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะเทคโนโลยีและความรู้ด้านนี้เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะด้านการรักษาความปลอดภัย (Security) เพราะไวรัสและรูปแบบการโจมตีใหม่ๆ ของ Hacker เกิดขึ้นทุกวัน ถ้าเราพลาดการติดตามข่าวสารเหล่านี้เพียงแค่ 1 เดือน ก็ถือว่าความรู้ที่เคยมีมาเกือบจะใช้ไม่ได้แล้ว จะเห็นว่า Admin ต้องทำงานหนักพอสมควร เพราะต้องมีเวลาในการทบทวนและติดตามข่าวสารเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา

          สำหรับหน้าที่ของ Admin ในบ้านเรานั้น ค่อนข้างจะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ อยู่พอสมควร อาจเป็นเพราะในบ้านเรานั้น ความรู้เหล่านี้ยังไม่เปิดกว้างหรือแพร่หลายมากนัก แม้จะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนก็ตาม ในสายตาของผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือต่อไปผมขอเรียกว่า "User" ซึ่งหมายถึงผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่มีทักษะในการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์มากนัก มักจะมอง Admin ว่าเป็นผู้รอบรู้ไปเสียหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งหัวหน้างานหรือผู้จัดการขององค์กรนั้นๆ ส่วนใหญ่ก็เข้าใจกันเช่นนี้ ดังนั้น Admin ในบ้านเราจึงต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่การซ่อมคอมพิวเตอร์, ลงโปรแกรม, ฆ่าไวรัส, หรือแม้กระทั่งการทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งความจริงแล้วหน้าที่เหล่านี้น่าจะเป็นของพนักงานไอทีด้านซัพพอร์ตมากกว่าที่จะเป็นหน้าที่ของ Admin

ดาวน์โหลดบทความ

 

ชี้ชัด!!! ความปลอดภัยและการเข้ารหัสของ Wi-Fi เลือกแบบไหนดี
หลายคนคงสับสนไม่น้อยเวลาที่กำหนดค่าการเข้ารหัสที่ตัว Access Point เพราะมีตัวเลือกมากมาย เช่น WEP, WPA, WPA2-TKIP, WPA2-AES หรือ Open ดังนั้นบทความนี้จะชี้ชัดกันเลยว่าการเข้ารหัสแบบไหนที่ปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุด

wifi security

ทำไมต้องเข้ารหัส?
          การเข้ารหัสเชื่อมต่อ Access Point เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถเชื่อมต่อเข้ามาในระบบเครือข่ายของเราโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่อย่างนั้นคลื่นไร้สายที่แพร่กระจายออกมาจาก Access Point ของเรา อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีเชื่อมต่อเข้ามาที่ Access Point แล้วโจมตีการทำงานระบบเครือข่ายของเราได้โดยง่าย รวมถึงยังสามารถดักจับข้อมูลสำคัญ และเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบผิดกฎหมายแล้วโยนความผิดมาที่เราได้
ดังนั้นการเข้ารหัสจึงเป็นสิ่งสำคัญเมื่อเราเปิดใช้งาน Access Point แต่การเลือกมาตรฐานการเข้ารหัสที่ไม่เหมาะสมก็อาจมีผลกระทบกับการใช้งาน Wi-Fi ของเรา ดังนั้นการทำความเข้าใจกับตัวเลือกต่างๆ ในระดับหนึ่ง ย่อมเป็นสิ่งที่เราควรทำ เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกค่าที่เหมาะสมได้ด้วยตัวของเราเอง

ดาวน์โหลดบทความทั้งหมด

ผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลาง สามารถวางระบบเครือข่ายไอทีเอง ได้อย่างเหมาะสมกับขนาดธุรกิจ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดค่าใช้จ่าย และรองรับการดำเนินงานของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

การกำหนดมาตรฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสาร ที่จะใช้ภายใน องค์การ
มีจุดประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาที่แตกต่างกัน ควรสั่งซื้ออุปกรณ์ต่างๆ จากผู้แทนจำหน่ายรายเดียวกัน โดยเป็นอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานเดียวกันและสามารถเข้ากันได้กับอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์ เมาส์ คีย์บอร์ด นอกจากนี้การใช้ซอฟต์แวร์ หรือยูทิลิตี้ที่มีการทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เพื่อเก็บการตั้งค่าต่างๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ จะช่วยให้สะดวกในการซ่อมบำรุงรักษา หรือติดตั้งซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการในเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ หรือเครื่องที่ถูกฟอร์แมต

 

หากเราต้องการสร้างเครือข่ายส่วนตัวสำหรับใช้งานในบ้านหรือเพื่อแชร์ไฟล์กับเพื่อนหรือแม้แต่คนในครอบครัว แต่ไม่อยากลงทุนซื้อเน็ตเวิร์กการ์ด เรามีวิธีการเชื่อมต่ออีกแบบหนึ่ง โดยผ่านสายและพอร์ต USBมาทดลองทำกันโดยไม่ต้องใช้เน็ตเวิร์กการ์ดและพอร์ตอีเทอร์เน็ตเลยแม้แต่น้อย

เริ่มจากตรวจดูว่าคุณมีพอร์ต USB อยู่หรือไม่ โดยปกติโน้ตบุ๊กจะมาพร้อมกับ 1-2 พอร์ตมาตรฐาน ส่วนพีซีมีตั้งแต่ 2 - 6 พอร์ตมาตรฐาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพอร์ต USB เป็นที่นิยมใช้งานกันอย่างมาก เช่น การต่ออุปกรณ์เสริม เพราะเป็นพอร์ตที่ใช้ง่ายและสะดวกสบายมาก ซึ่งระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟต์ที่สนับสนุนพอร์ต USB นั้น ได้แก่ วินโดวส์ 95, 98, Me, 2000, XP และ vista (ไม่สนับสนุนบน MS DOS, NT)

เมื่อเราเดินไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงแรม สนามบิน สถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ สถานที่สาธารณะตามท้องถนนในเมือง ฯลฯ ถ้าลองสังเกตุจะเห็นว่า มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งเสา ผนังหรือเพดาน โดยกล้องวงจรปิดดังกล่าวส่วนใหญ่ยังคงเป็นกล้องประเภCทเดิม คือใช้งานบนพื้นฐานของระบบอะนาล็อก ซึ่งเรียกกันว่ากล้อง CCTV (CLOSED-CIRCUIT TELEVISION)